แม่ของข้าพเจ้าได้อยู่ในพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปใต้แม่น้ำทุกๆครั้ง ท่านจึงได้เห็นได้รู้ด้วยตาของตนเอง ตั้งแต่พิธีอัญเชิญในครั้งแรก
ส่วนในครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 เวลาทำพิธีห่างกันหลายปี ถ้าเทียบเป็นปี พ.ศ. น่าจะอยู่ระหว่าง พ.ศ.2490 - 2510 โดยประมาณ
พิธีอัญเชิญพระพุทธรูปใต้แม่น้ำหน้าวัดปากคลองพระอาจารย์ในครั้งแรกนั้น ประกอบพิธีอัญเชิญโดยพระสงฆ์ผู้ทรงศีลพร้อมคณะศิษยานุศิษย์จากจังหวัดนครนายก โดยเดินทางมาทางน้ำนั่งเรือต่อ(สมัยก่อนคนจีนใช้เป็นเรือบรรทุกข้าวสารล่องซื้อขายไปตามแม่น้ำ )ขนาดใหญ่ ล่องมาตามแม่น้ำนครนายก พระเถระรูปนี้ท่านจำพรรษาอยู่ที่ "วัดศรีเมือง" พร้อมด้วยลูกศิษย์และนักประดาน้ำอีกหลายสิบคน เดินทางล่องเรือมาตามแม่น้ำนครนายกด้วยการอธิษฐานลอยกระทงเสี่ยงทายเรื่อยมาจนกระทั่งถึงหน้าวัดปากคลองพระอาจารย์ ตรงกับวันพระกลางเดือนสามพอดี
ก่อนจะเริ่มพิธีการอัญเชิญพระพุทธรูปใต้แม่น้ำ หลวงพ่อวัดศรีเมืองท่านได้เล่าให้ชาวบ้านที่มาร่วมพิธีในวันนั้นฟังว่า ท่านได้นั่งสมาธินิมิตเห็นเทวดามาบอกกับท่านว่า ลึกลงไปใต้แม่น้ำนครนายกหน้าวัดปากคลองพระอาจารย์แห่งนี้มี พระพุทธรูปพระประธานองค์ใหญ่ มี 7 สี เปลี่ยนสีไปตามวัน วันละสี และยังมีพระพุทธรูปองค์เล็กองค์น้อยพร้อมทั้งพุทธศาสนวัตถุโบราณเป็นจำนวนมากจมอยู่ใต้แม่น้ำหน้าวัดปากคลองพระอาจารย์
ทวยเทพเทวดาได้อาราธนานิมนต์ขอให้ท่านมาทำพิธีอัญเชิญองค์พระพุทธรูปขึ้นจากแม่น้ำและประดิษฐานไว้ที่วัดปากคลองพระอาจารย์ เพื่อจะได้เป็นที่เคารพกราบไหว้สักการะบูชาของญาติโยมและพุทธศาสนิกชนผู้มีความเลื่อมใสศรัทธาสืบต่อไป
ด้วยเหตุนี้หลวงพ่อวัดศรีเมืองท่านจึงได้หาวันเวลาฤกษ์งามยามดี และได้ออกเดินทางมาถึงวัดปากคลองพระอาจารย์ในวันนี้
สมัยก่อนบริเวณหน้าวัดปากคลองพระอาจารย์ มีแม่น้ำนครนายกไหลผ่านพื้นที่ดินของวัดเป็นแนวยาว และเป็นจุดทางโค้งหักศอกของลำน้ำ ชาวบ้านจะเรียกว่า"ท้องคุ้ง" มีวังน้ำวนขนาดใหญ่ มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก รุนแรง เห็นแล้วน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ปลายทางของแม่น้ำนครนายกไปบรรจบกับแม่น้ำบางปะกง ที่อำเภอบางขนาก จังหวัดฉะเชิงเทรา ซื่งอยู่ไกลออกไปจากวัดปากคลองพระอาจารย์หลายสิบกิโลเมตร
และตรงจุดทางโค้งหักศอกของแม่น้ำนครนายก ซึ่งอยู่ตรงหน้าวัดปากคลองพระอาจารย์แห่งนี้ มีคลองขุดส่งน้ำขนาดกลาง มีน้ำเต็มฝั่งคลองตลอดทั้งปี ไหลผ่านเข้าสู่ชุมชนหมู่บ้านบึงพระอาจารย์ ...
( ยังมีต่อ..)
โดย
ปัญญา วิมุตติ
30 กันยายน 2556